Human Rights Center

​       

กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ 
จัดงานประกาศวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

S3P7_1.jpg
 
     
     วันนี้ (วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในงานประกาศวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้กล่าวรายงาน สำหรับการประกาศวาระแห่งชาติ มีจุดมุ่งหมายสำคัญอยู่ 4 ประการ คือ
     1.ส่งเสริมนโยบาย Thailand 4.0 ให้ขับเคลื่อนไปด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อต่อยอดการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็น การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานอย่างกดขี่ผิดกฎหมายการทำลาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การก่ออาชญากรรม ฯลฯ และยังเป็นการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้วย
     2.รัฐบาลมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ผ่านทางรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในมาตรา 4 ที่กล่าวถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง และนโยบายของรัฐบาลข้อ 2 การรักษาความมั่นคงของรัฐ และการต่างประเทศเกี่ยวกับสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน
     3.เป็นการแสดงเจตนารมณ์ ความมุ่งมั่น ร่วมมือกันกับคนในชาติในการส่งเสริมสนับสนุน และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
     4.เป็นการเพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ซึ่งจะหมดวาระลงในปีพ.ศ.2561 และเป็นการวางรากฐานประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฉบับที่ 4 (พ.ศ.2562-2566) ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่อไป

     สำหรับทิศทางวาระแห่งชาติฯ ภายใต้กลยุทธ์ ถอดรหัสวาระแห่งชาติ 4+3+2+1 = Goal กุญแจสู่สังคมสันติสุข กล่าวคือ 
4 : สร้าง ด้วยการ 
(1) สร้างความตระหนัก จิตสำนึก สิทธิ หน้าที่ และการเคารพสิทธิผู้อื่น 
(2) สร้างระบบการติดตาม เฝ้าระวังการละเมิดสิทธิด้วยพลังเครือข่าย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ทันท่วงที
(3) สร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน 
(4) สร้างเสริมการพัฒนาเครือข่ายทุกภาคส่วนให้มีศักยภาพในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน

3 : ปรับ ด้วยการ 
(1) ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลแสดงผลงานและสถานการณ์การละเมิดสิทธิที่เป็นรูปธรรมครอบคลุมระดับพื้นที่ จังหวัด เพื่อมุ่งไปแก้ไขปัญหาการละเมิด 
(2) ปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เป็นเรื่องตรวจสอบ แต่เป็นสิ่งดี ๆ ที่จะสนับสนุนการทำงานและสร้างสังคมสงบสุข 
(3) ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่ยังละเมิดเสนอรัฐบาลพิจารณาแก้ไข

2 : ขับ ด้วยการ 
(1) ขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับใช้ถอดบทเรียน การทำงานให้หน่วยงานอื่นขยายผลต่อยอด 
(2) ขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสู่การปฏิบัติในมิติเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

1 : ลด ด้วยการ ลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม การประกาศวาระแห่งชาติในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดผลดี
ต่อประเทศชาติ คือ
(1) ระดับประเทศ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้า ทัดเทียมระดับสากล ตลอดจนประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านสิทธิมนุษยชนและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ
(2) ระดับสังคม หน่วยงานต่าง ๆ เห็นความสำคัญของการนำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ และเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในด้านสิทธิมนุษยชน และร่วมมือกันป้องกันและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทำให้สถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนมีแนวโน้นลดลง สร้างวัฒนธรรมให้คนคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน 
เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวพันกับทุกหน่วยงานอยู่แล้ว เพียงแต่นำมิติด้านสิทธิมนุษยชนมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
(3) ระดับประชาชน ประชาชนได้รับรู้และตระหนักในสิทธิ หน้าที่ ไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น ทำให้สังคม มีความมั่นคง และมีความสุข อยู่กันอย่างสันติสุข   
 

S3P10_1.jpg S3P12_1.jpg
S3P11_2.jpg
S3P1_1.jpg S3P2_1.jpg
S3P3_1.jpg S3P4_1.jpg
 S3P6_1.jpg



​​
ศูนย์สิทธิมนุษยชน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 3 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารราชบุรี ดิเรกฤทธิ์
(อาคาร เอ)ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 เบอร์โทร 0 2141 2737 - 38 และ 0 2141 2748
Fax: 0 2143 9675-6 Website: www.rlpd.go.th, www.humanrightscenter.go.th

Skip Navigation LinksSlidePageEvent3